ผู้เขียน หัวข้อ: ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)  (อ่าน 1554 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 25
    • ดูรายละเอียด
ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)
« เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 03:46:21 pm »
การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจการลงทุนในด้านต่างๆ เน้นการลงทุนจากต่างประเทศ
โดย : สุเทพ พงษ์พิทักษ์

รัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 เพื่อลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นระยะเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชี จากอัตราร้อยละ 30 เหลืออัตราร้อยละ 23 และร้อยละ 20 ตามลำดับ เป็นการชั่วคราว

 

ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2555 และสมควรปรับปรุงการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งปรับปรุงการลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 467) พ.ศ. 2550

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจการลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนจากต่างประเทศ อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนให้มีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่สอดคล้องกัน จึงขอนำมาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้

ปุจฉา มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการทั่วไปอย่างไร

วิสัชนา ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม (ก) ของ (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราดังต่อไปนี้ เป็นเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
 
1. ร้อยละ 23 ของกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2555
 
2. ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับสองรอบระยะเวลาบัญชีถัดมาที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2556

 ปุจฉา มีเหตุผลอย่างไรในการกำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการชั่วคราวเพียง 3 รอบระยะเวลาบัญชีเท่านั้น

วิสัชนา การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไว้ในตอนหาเสียงเพื่อรับเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ครั้นเมื่อได้รับเลือกตั้งจึงได้นำมาเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประจวบเหมาะกับกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรมีแนวความคิดที่สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว จึงมีการขับเคลื่อนนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์โลกที่ต่างพยายามลดอัตราภาษีเงินได้ลง (และมุ่งที่จะเพิ่มอัตราภาษีทางอ้อม)
 
ส่วนที่กำหนดให้มีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเพียง 3 รอบระยะเวลาบัญชี ก็เนื่องจากการแก้ไขบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรเป็นการถาวร ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมาก เพราะต้องมีการเสนอร่างกฎหมายผ่านการประชุมของรัฐสภา ในแต่ละขั้นตอนต้องมีรายละเอียดและสิ้นเปลืองเวลาอย่างมาก ดังนั้น ในกรณีเร่งด่วนเช่นนี้ รัฐบาลได้หาช่องทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้เสียภาษีอากรอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งก็มีบทบัญญัติมาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากร ให้อำนาจที่จะตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร จึงได้มีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว แต่หากยังไม่สามารถตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรได้ทันภายในช่วงเวลา 3 ปี ก็ยังคงสามารถตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อขยายเวลาการลดอัตราภาษีดังกล่าวออกไปได้อีก อย่างไรก็ตามรัฐบาลเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขประมวลรัษฎากรได้ทันอย่างแน่นอน

ปุจฉา การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิดังกล่าว สอดคล้องกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่อย่างไร

วิสัชนา ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 25% ของกำไรสุทธิ ส่วนสิงคโปร์ จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 17% ของกำไรสุทธิ เท่านั้น
 
นอกจากนี้ ทั้งสามประเทศยังจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิเพียงระดับเดียว คือภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่านั้น ไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้จากการจ่ายเงินปันผล ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยของเราที่จัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิเป็นสองระดับ คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และเมื่อมีการจ่ายเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรก็จะจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย อีก 10% ของเงินปันผลหรือเงินแบ่งของกำไร

ที่มา : www.bangkokbiznews.com
การเงิน - การลงทุน : มุมภาษี
วันที่ 11 มกราคม 2555

สามารถดูได้ที่ : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/tax/20120111/428867/ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล-(1).html